Categories
ไม่มีหมวดหมู่

รีวิว Strange Days 1995

ในหนังเรื่องนี้นะครับ ก็จะมี James Cameron ที่มารับหน้าที่เขียนบทและอำนวยการสร้างให้ และในส่วนของผู้กำกับนั้นก็จะเป็น ผกก.หญิงแกร่ง อย่าง Kathryn Bigelow นั่นเองครับ ซึ่งถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะมีผู้กำกับเป็นผู้หญิงนะครับ แต่ว่าเนื้อหาของหนังนั้น กลับออกมารุนแรงและติดเรทเอามากๆเลยนะครับ และก็จะมีอยู่หลายฉากที่โหดร้ายรุนแรงและทารุณเอามากๆ อย่างเช่น ฉากข่มขืนและทารุณกรรมต่างๆในหนังเรื่องนี้ที่เราจะต้องเจอ

การเปิดตัวของหนังในตอนแรกนั้น จะเริ่มต้นขึ้นที่กลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาบุกปล้นร้านค้านะครับ โดยโจรพวกนั้นก็ได้สวมปลาหมึกเอาไว้ด้วย ซึ่งปลาหมึกที่ว่านี้นั่นก็คืออุปกรณ์ที่จะสามารถบันทึกความทรงจำได้นะครับ ซึ่งอุปกรณ์นี้นั้นจะสามารถบันทึกภาพจากบุคคลนั้นได้ โดยเค้านั้นจะต้องสวมปลาหมึกเอาไว้บนหัว แล้วมันก็จะแสดงออกมาเป็นเทปบันทึกให้คนอื่นได้ดู ซึ่งคนที่ชมเทปพวกนี้นั้น ก็จะรู้สึกราวกับว่าตัวเองได้อยู่ในเหตุการณ์จริงๆด้วยเลย มีความรู้สึกจริงๆ มีทั้งคลิปคนตาย คลิปโป๊ต่างๆนานา ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่ล้ำมากเลยครับ เพราะว่าหนังเรื่องนี้นั้นยังอยู่ในปี 1999 เองเท่านั้น ถือว่าเปิดเรื่องมาก็ดูน่าสนใจเป็นอย่างมากแล้วนะครับ 

และในหนังเรื่องนี้เอง ก็จะมีอยู่หลายฉาก ที่สะท้อนถึงสังคมและติดเรทเอามากๆอย่างที่ได้บอกมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งผมขอแนะนำก่อนเลยนะครับว่า หนังเรื่องนี้นั้นมันไม่เหมาะสมกับเด็กซึ่งถ้าเกิดมีเด็กอยู่ก็ควรที่จะมีผู้ใหญ่ที่คอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆด้วยครับ เพราะว่าในหนังเรื่องนี้นั้น นอกจากจะมีฉากที่ติดเรทมากๆแล้ว ก็ยังมีฉากเพศอยู่อีกมากด้วยเช่นกันครับ ซึ่งการแต่งตัวของตัวละครหญิงในเรื่องนี้ก็จะออกมาเป็นแนวเปิดเผยนิดหน่อย ซึ่งในหนังเรื่องนี้ก็จะมีแต่ฉากที่รุนแรงแล้วติดเรททั้งนั้นเลยครับ แต่ผมก็คิดว่ามันก็คงจะเป็นความตั้งใจของผู้กำกับหญิงคนนี้เองนั่นแหละครับ

ถ้าถามว่าหนังเรื่องไหนที่สามารถสร้างสรรค์การก่ออาชญากรรมได้โหดเหี้ยมและเขย่าขวัญสมจริงได้มากที่สุด เรื่องที่จะเป็นหนึ่งในคำตอบของผมก็จะต้องมี Strange Days อยู่ด้วยแน่ๆครับ โดยเฉพาะการใช้เทคนิค POV หรือ First person point of view ที่ถูกนำมาใช้เป็นมุมมองแทนสายตาของอาชญากรนั้น สามารถทำให้ฉากข่มขืนกลายเป็นการทารุณกรรมที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราใกล้ชิดกับเหยื่อมากจนรู้สึกสะเทือนใจเอามากๆไปเลยแหละครับ ชนิดที่ว่าบางคนนั้นอาจจะถึงกับเบือนหน้าหนีกันไปเลยทีเดียว

เรื่องย่อก็คือในปี 1999 หรือในหนังมันก็คือโลกในอนาคตนั่นเองครับ มันจะมีอุปกรณ์ตัวหนึ่งของสายลับที่หลุดออกมาขายในตลาดมืด โดยเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้นั้น แค่เอาไปครอบหัวไว้มันก็จะบันทึกภาพที่สายตามนุษย์เห็นมาเก็บลงเอาไว้ในแผ่นดิสก์แล้ว ใครที่ต้องการจะดูก็เพียงแค่ใส่แผ่นดิสก์ในเครื่องอ่านแล้วหลับตา แล้วเอาเครื่องที่ว่านี้ครอบหัว ก็เห็นเป็นภาพที่บันทึกไว้โดยได้อารมณ์เหมือนกับว่าตัวเองนั้นเป็นคนบันทึกภาพนั้นจริงๆเลยนะครับ ซึ่ง เรนนี่ ที่รับบทโดย Ralph Fiennes อดีตตำรวจ ก็ได้นำมันไปจ้างให้คนนั้นคนนี้สวมใส่เพื่อที่จะได้เอาภาพไปขายต่อให้กับลูกค้าที่ต้องการนะครับ

แต่แล้วเจ้าเครื่องที่ว่านี่ก็สร้างปัญหาให้ เรนนี่ จนได้ เพราะอยู่ดีๆก็ดันมีคนส่งภาพการข่มขืนที่โหดเหี้ยมและทารุณมาให้เขาดู จนเขาต้องไปจัดการตามหาตัวการโดยที่ไม่รู้เลยว่ามันอาจจะเชื่อมโยงไปยังเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับความเลวร้ายขององค์กรตำรวจไปด้วย

ความดีงามของหนังเรื่องนี้ที่ต้องชื่นชมกันเลยก็คือการสร้างโลก Cyberpunk หรือ เทคโนโลยีสุดล้ำแต่คุณภาพชีวิตต่ำตม ที่สมจริงขึ้นมาได้นะครับ โดยบรรยากาศรอบตัวหนังนั้นจะเต็มไปด้วยความก้าวร้าวของคนผิวสีที่กำลังโกรธแค้นจากความสูญเสียนักร้องผิวสีที่มีพลังในการปฏิวัติประเทศได้ ซึ่งรอบตัวหนังนั้นมันชวนให้เราเชื่อและเห็นภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ที่ไม่ต่างอะไรไปจากโลกในของ Total Recall หรือ Blade Runner เลยนะครับ เพียงแต่สิ่งของรอบตัวนั้นมันยังไม่ไฮเทคถึงขนาดนั้นเท่านั้นเอง

ซึ่งพอมันสร้างโลก Cyberpunk ได้ดีแล้ว ก็ยังสามารถต่อยอดมาจนถึงการสร้างอุปกรณ์ที่สามารถบันทึกภาพสมองที่ถูกนำมาใช้เป็นกุญแจสำคัญตลอดทั้งเรื่องได้อีกด้วยครับ ตั้งแต่ไฮไลท์เด็ด Long Take อย่างฉากปล้นร้านอาหารตอนเปิดเรื่อง ที่ถ่ายทำโดยใช้มุมมองแทนสายตาของตัวละครหรือแบบ POV นั้น ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนต้องขอเอ่ยปากชมจริงๆเลยครับ คือแค่ดูฉากนี้ก็เข้าใจได้ทันทีแล้วว่าอุปกรณ์ที่ว่านี้มันทำให้คนที่ใส่รู้สึกยังไง ซึ่งมันก็ส่งผลไปถึงอารมณ์ในฉากที่ตัวละครแสดงภาพการมีเซ็กส์ ข่มขืน และหนีตายด้วยมุมมองที่เป็นแบบ POV ด้วยครับ แล้วก็ยังรวมไปถึงการที่เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้นั้นคือกุญแจที่จะชี้ชะตาของกรมตำรวจกันอีก

ผมชอบการสร้างตัวละครของ เรนนี่ มากๆเลยนะครับ ด้วยความที่เมื่อเราสำรวจสภาพจิตใจของตัวละครตัวนี้ไปเรื่อยๆ เราก็จะพบว่าจากอดีตตำรวจที่กลายมาเป็นนักต้มตุ๋นคนนี้นั้น เขามีความดีงามอยู่ในตัว เพียงแต่คนดูอย่างเราอาจจะยังไม่เข้าใจจนกว่าจะได้สัมผัสกับกระบวนความคิดที่แม้แต่จะทำตัวเป็น Loser แค่ไหนก็ตาม แต่ว่าจริงๆแล้วนั้นเขาก็ยังยึดมั่นในสัญญาที่ให้ไว้ ซึ่งแน่นอนเลยครับว่า Ralph Fiennes ถ่ายทอดมิติของตัวละครออกมาได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ซึ่งตัวหนังเองทำได้ดีมากนะครับ รู้สึกคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป เรียกได้ว่าไม่ทำให้ผิดหวังเลยกับ 2 ชั่วโมงครึ่ง บทดีการแสดงดี ทุกอย่างลงตัวมากครับ รวมทั้งเป็นเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่ ฉากแอ็คชั่นชวนระทึกสมจริง มีทั้งการคลายปมและหักมุมอย่างที่เราคาดไม่ถึง สำหรับใครที่ชอบหนังแอ็คชั่นไซไฟอาชญากรรมแบบนี้นั้น ก็ไม่ควรพลาดกันเลยทีเดียวครับ ผมแนะนำเลยสำหรับหนังเรื่องนี้